Skip navigation.
ภูมิแพ้ หืด ผิวหนัง

สารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่นทั่วไปสำหรับตัวอย่างเช่นเกสรหญ้า, แมลงสาบ

การทดสอบภูมิแพ้

การสูดยาขยายหลอดลมและยารักษา

การตรวจสมรรถภาพปอด

ให้บริการตรวจรักษาโรคภูมิแพ้ทางจมูก ตา หอบหืด แพ้อาหาร แพ้ยา ผื่นแพ้ ลมพิษ ผิวหนัง โดยวิธีทันสมัยมาตรฐานสากล ทั้งการทดสอบหาสิ่งที่ผู้ป่วยแพ้ และการทดสอบสมรรถภาพปอด เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาและป้องกัน

โรคภูมิแพ้จมูก

อาการที่พบได้แก่ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก มักเป็นเรื้อรังเป็นๆหายๆ เป็นโรคที่เกิดจากผู้ที่แพ้ มีปฏิกิริยาไวต่อสารก่อภูมิแพ้ พบในเด็กมากกว่าผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูก อาจมีอาการภูมิแพ้ทางตาไร่วมด้วย และมีโอกาสเป็นโรคหืดได้มากกว่าปกติ 3 เท่า

ผลกระทบ

  • คุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
  • อาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น หูชั้นกลางอักเสบ โรคหืด ริดสีดวงจมูก นอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การรักษา

  1. ควรหลีกเลี่ยงสารที่แพ้ สามารถทดสอบสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังว่าแพ้สารชนิดใดได้ โดยสารที่ก่อภูมิแพ้ที่พบมากได้แก่ ไรฝุ่น เศษแมลงสาป การทดสอบสารก่อภูมิแพ้นั้นสามารถทราบผลได้ภายใน 30 นาที
     
  2. ยาต้านฮีสตามีน มีหลายชนิด ชนิดใหม่ๆไม่ค่อยทำให้ง่วง แต่ราคาแพงกว่าชนิดเดิมๆ
  3. ยาพ่นจมูกชนิดสเตียรอยด์ช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุจมูก ควรใช้ต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์
  4. การให้วัคซีนเพื่อให้ปรับลดปฎิกิริยาความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ ต้องใช้เวลาต่อเนื่อง 3- 5 ปี เป็นหนทางที่ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น พึ่งยาน้อยลง หรืออาจหายจากโรคภูมิแพ้ได้

โรคหืด

เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบอย่างเรื้อรังของหลอดลม และเกิดการตีบของหลอดลมเป็นครั้งคราว พบในเด็กราวร้อยละ 12 และในผู้ใหญ่ร้อยละ 3 โดยมีผู้ป่วยโรคหืดเสียชีวิตในประเทศไทยปีละเกือบพันคน

อาการ

  • ไอ มักเป็นมากในตอนกลางคืน
  • หายใจเสียงดังวิ๊ดๆ
  • แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ถ้าเป็นมาก จะรู้สึกหายใจเร็ว ลมไม่เข้าปอด อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

การรักษา

  1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้อาการกำเริบ เช่น สารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้ การเป็นหวัด ไข้หวัด มลพิษ บุหรี่
  2. ใช้ยาให้ถูกต้อง ถูกวิธี
    • ยาบรรเทาอาการ เช่น ยาพ่นขยายหลอดลมใช้เมื่อมีอาการหอบ
    • ยาควบคุม เช่น ยาพ่นสเตียรอยด์ ยาจำพวก antileukotriene เพื่อลดการอักเสบของหลอดลม ควรใช้ติดต่อกัน ขนาดยา และเวลาตามแพทย์สั่ง
  3. รู้จักปฏิบัติตนเวลาจับหืด ควรใช้ยาขยายหลอดลม หรือบริหารยาผ่านเครื่องพ่นยา ถ้าไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ทันที เพราะการจับหืดรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

โรคไซนัสอักเสบ

อาการคัดจมูก น้ำมูกเหลือง ไข้ อ่อนเพลีย ไอ ปวดศีรษะ แก้ม หน้าผาก มามากกว่า 1 สัปดาห์ โรคไซนัสอักเสบเป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ พบได้ราวร้อยละ 14-15 ของประชากรทั่วไปในกรุงเทพมหานคร

การรักษา

ผู้ที่เป็นโพรงจมูกไซนัสอักเสบอย่างเฉียบพลันส่วนหนึ่งอาจเกิดจากไวรัส ไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านจุลชีพ ยาต้านจุลชีพ จำเป็นในรายที่เป็นไซนัสอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
ให้ยาแก้คัดจมูก ละลายเสมหะ ยาต้านฮิสตามีน
ยาพ่นสเตียรอยด์ลดอาการบวมของเยื่อบุจมูกร่วมด้วยในรายที่เป็นภูมิแพ้ของจมูก
การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือหรือสูดไอน้ำอุ่นๆก็อาจช่วยเสริมการรักษาได้
 

ลมพิษ ผื่นแพ้

  • แพ้อาหาร เช่น อาหารทะเล ถั่ว สีผสมอาหารบางชนิด
  • แพ้ยา ปฏิกิริยาการแพ้ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดผื่นลมพิษได้
  • แพ้พิษแมลง เช่น ปฏิกิริยาที่เกิดจากผึ้ง ต่อต่อย
  • การติดเชื้อ การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือมีพยาธิ
  • อาจมีโรคระบบอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น โรคต่อมไทรอยด์ หรือระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง เช่น SLE หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งพบได้น้อย
  • เป็นปฏิกริยาของผิวหนังที่ตอบสนองผิดปกติต่อความร้อน ความเย็น การกดรัด แสงแดด การออกกำลังกาย
  • มีคนไข้ที่เป็นลมพิษจำนวนมากที่หาสาเหตุไม่พบ

การรักษาโรคลมพิษ

  1. พยายามหาสาเหตุ และ หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคลมพิษ
  2. ให้ยาต้านฮีสตามีน ยาต้านฮีสตามีนมีหลายชนิด
  3. ยาอื่นๆ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการมาก ผื่นไม่ค่อยตอบสนองต่อยาต้านฮีสตามีน แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาอื่นที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างและหลั่งสารสื่อกลางในผิวหนังที่เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดผื่นลมพิษ